วัน-เวลาทำการ :

จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 - 18.00 น.
เสาร์ 9.00 - 13.30 น.

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกับ 5 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด

June 1, 2018 | by We R World Tour

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก กับ 5 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สร้างโดยพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช เมื่อ พ.ศ. 2246 โดยตัวเมืองเริ่มสร้างด้วยการถมทรายและหินเป็นจำนวนมากเพราะว่าพื้นที่เดิมของเมืองนั้นเป็นดินเลนของทะเล พระองค์ทรงเลือกที่จะสร้างเมืองที่บริเวณนี้เพราะว่าตัวเมืองมีทางออกทะเลบอลติกและสามารถติดต่อไปทางยุโรปและประเทศอื่นๆได้ง่าย เพื่อการปฏิรูปรัสเซียให้ทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ ในยุโรปได้โดยง่าย ต่อมาเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์กจึงได้รับสมญานามว่าหน้าต่างแห่งยุโรป และได้เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิรัสเซีย เป็นเวลา 206 ปี (หลังจากนั้นได้ย้ายเมืองหลวงไปที่มอสโกเมื่อ พ.ศ. 2461) ชื่อเดิมของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กคือ เปโตรกราด โบสถ์หยดเลือด ( Church of the Saviour on the Blood) พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ทรงดำริให้สร้าง “โบสถ์หยดเลือด” ในปี 1883 เพื่ออุทิศถวายแด่ “พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2” พระบิดาซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์ไปเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ และยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา โดยไม่ทรงลืมที่จะกำชับให้ออกแบบตัวอาคารโบสถ์ให้สวยงามซึ่งวิหารเซนต์บาซิลเป็นต้นแบบ แม้ทุกวันนี้จะมีบางส่วนสึกกร่อนไปบ้างตามกาลเวลาแต่ก็ยังถือว่าโบสถ์หยดเลือดมีความสวยงามเพราะได้รับการบูรณะอยุ่เรื่อยๆ มีส่วนเติมต่อให้ชิ้นโมเสกเก่าที่บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนายังคงสีสันสดใสน่ามองไม่เปลี่ยนแปลงทำให้โบสถ์แห่งนี้เป็นศูนย์รวมนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

โบสถ์หยดเลือด ( Church of the Saviour on the Blood)

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

                Cr.eFesenko / Shutterstock.com/NUMBER 24

พระราชวังฤดูหนาว,พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ (Winter Palace)               พระราชวังฤดูหนาว ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 1762 เพื่อให้ “พระนางแคทเธอลีนที่ 3” ทรงใช้เป็นสถานที่เก็บงานศิลปะที่พระนางโปรดซึ่งมีมากกว่าถึง 3,000,000 ชิ้นและปัจจุบันกลายเป็นงานศิลปะชื่อดังระดับโลกราคาสูงลิบอยู่หลายชิ้นด้วย มีทั้งงานเขียน งานปั้น งานแกะสลัก หนังสือเก่า พระนางไล่เก็บมาตั้งแต่งานในยุคอียิปต์โบราณจนถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจเป็นเหมือนแกลอรี่ชมงานศิลปะระดับปรมาจารย์อย่าง ลีโอนาร์โด ดา วินชี,แวนโก๊ะ,ไมเคิล แองเจโล,มาติสโกแกง และอีกมากมาย เล่ากันว่าด้วยเหตุที่โปรดงานศิลปะทำให้พระนางแคทเธอลีนที่ 3 ทรงเก็บสะสมและหาซื้องานจากแหล่งต่างๆ มาเก็บรวบรวมไว้ทอดพระเนตรให้สบายพระทัย โดยเฉพาะชิ้นที่ทรงโปรดซึ่งมีอยู่ราว 3,000 ภาพก็ว่ากันว่าปัจจุบันประเมินราคาไม่ได้เพราะทรงคุณค่าอย่างที่สุด พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิจเทจเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตั้งแต่ปี 1852 เพราะหลักการปฎิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองรัฐบาลรัสเซียทำการขยายต่อเติมพระราชวังแห่งนี้ให้กว้างขึ้นเพื่อแยกพื้นที่สำหรับการเก็บรักษางานศิลปะทั้งหมดที่ตกเป็นสมบัติให้เข้าเป็นหมวดหมู่เดินชมได้ง่าย

พระราชวังฤดูหนาว (Winter Palace)

ทัวร์ถูกๆ

พระราชวังฤดูร้อน จากพระราชวังฤดูหนาวเราย้ายมาที่ “พระราชวังฤดูร้อน” หรือ “Peterhof” ผลงานในดำริของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ทรงเล็งเห็นทำเลงามๆ ริมทะเลบอลติกสำหรับประทับพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนจึงทรงจัดให้เป็นที่ตั้งของพระราชวังปีเตอร์ฮอฟตั่งแต่ปี 1705 และทรงมีราชประสงค์ให้พระราชวังแห่งนี้สวยงามยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าพระราชวังแวร์ซายส์แห่งฝรั่งเศสเพื่อแสดงออกถึงคงามรุ่งเรืองร่ำรวยของรัสเซียในยุคนั้น ชมแล้วลองพิจจารณาดูกันเองว่าปีเตอร์ฮอฟสู้แวร์ซายส์ได้หรือไม่ วิศวกรและสถาปนิกชื่อดังฝีมือดีจำนวนมากถูกเกณฑ์มารับงานออกแบบพระราชวังแห่งนี้มากมาย ค่อยๆ ก่อร่างสร้างขึ้นมาให้เห็นความอลังการกันทีละนิด เลือกใช้สถาปัตยกรรมแบบบารอกและนีโอคลาสสิกสร้างตัวอาคารพระราชวังรวมถึงห้องต่างๆ โดยเฉพาะท้องพระโรงและพื้นที่จัดเลี้ยงสำหรับการต้อนรับอาคันตุกะจะยิ่งสวยงามสมฐานะมาก ส่วนพื้นที่ด้านนอกจัดเป็นอุทยานที่เต็มไปด้วยพรรณไม้ ประติมากรรมแอ่งน้ำพุทองเหลืองและงานแกะสลักรูปปั้นอีกมากกว่า 300 ชิ้นทั่วพื้นที่ อลังการแค่ไหนต้องถามใจตัวเองดูเมื่อชม  ส่วนที่โดดเด่นและเป็นไฮไลท์มากที่สุด คือ วังใหญ่ “Grand Palace” และในส่วนของตอนบนของ Grand Gascade มีน้ำพุอลังการ เปรียบเสมือนฉากบนสรวงสวรรค์เลยทีเดียว น้ำพุเปิดแค่ในช่วงฤดูร้อน เริ่มตั่งแต่ 1 พฤษภาคม – กันยายน หรือต้นเดือนตุลาคมของทุกปี เวลาทำการ 10.30 น. – 18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์

พระราชวังฤดูร้อน

  ป้อมปีเตอร์แอนด์ปอล (Peter and Paul Fortress) แต่ก่อนพรเจ้าปีเตอร์มหาราชจะโปรดให้สร้างพระราชวังปีเตอร์ฮอฟขึ้นนั้นต้องถือว่า ป้อมปีเตอร์แอนปอล ถูกสร้างขึ้นก่อน และยังถือเป็นสิ่งก่อสร้างชิ้นแรกในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเพราะสร้างขึ้นก่อนใครตั่งแต่ปี 1703 เพื่อประโยชน์ในการป้องกันศัตรูและก็เลยตั้งชื่อป้อมแห่งนี้ตามชื่อของนักบุณปีเตอร์และนักบุญปอลผู้เป็นสาวกแห่งพระผู้เป็นเจ้า ป้อมปีเตอร์แอด์ปอลที่เห็นสูงถึง 122.5 เมตรนั้นใช้เวลาสร้างนานประมาณ 40 วัน และมีการขยับขยายเพิ่มเติมในปี 1706 ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือพื้นที่ของเรือนจำสำหรับคุมขังนักโทษการเมืองและก็มีโอกาสได้ต้อนรับนักโทษการเมืองชื่อดังอยู่หลายคน โดยเฉพาะพระโอรสองค์โตของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชพระนามว่า “ซาร์เรวิช อเล็กซิส” ก็ยังได้รับเกียรตินี้ด้วยข้อหาหนักเอาการ นั่นคือก่อกบฏและคิดลอบปลงพระชนม์พระบิดาตัวเอง พระบิดาจึงทรงยกตำแหน่งนักโทษกิตมศักดิ์ให้พระโอรสก่อนจะสิ้นพระชนม์อยู่ในเรือนจำแห่งนี้ในเวลาต่อมา ท้ายสุดป้อมแห่งนี้ถูกจัดให้เป็นส่วนหนึ่งเป็นสุสานหลวงบรรจุพระศพพระเจ้าปีเตอร์มหาราชในวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชะ และก็ยังเป็นสถานที่บรรจุพระศพของกษัตริย์และราชินีแห่งโรมานอฟอีกหลายพระองค์

ป้อมปีเตอร์แอนด์ปอล (Peter and Paul Fortress)

มหาวิหารเซนต์ไอแซค (Siant Isaac’s Cathedral) พระราชวังและวิหารหลายแห่งที่เราได้ชมมาแล้วทั่วเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กส่วนใหญ่จะอลังการสวยงามไม่ต่างกัน ที่นี่ก็เช่นกัน “มหาวิหารเซนต์ไอแซค” (Siant Isaac’s Cathedral) หรูหราไม่น้อยไปกว่าใคร และถือเป็นมหาวิหารที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งนอกจากเรื่องของขนาดแล้วความสวยงามยังมาแบบจัดเต็มทั้งที่ก่อนนี้ในอดีตที่นี่เคยเป็นเพียงโบสถ์ไม้เก่าหลังเล็กๆ เท่านั้น  หลังผ่านการบูรณะต่อเติมเสริมขนาดเพิ่มเข้ามามหาวิหารเซนต์ไอแซคก็กลายเป็นมหาวิหารหลังใหญ่โต มียอดโดมสีทอง 100 กิโลกรัม สวยงามและยิ่งใหญ่มาก ความอลังการที่ดูจะเป็นไฮไลท์น่าจะอยู่ที่อาคารหลังใหญ่ที่มีเสาหินแกรนิตขนาดมโหฬารจำนวน 48 ต้นที่ทุกต้นสูงราว 20 เมตรและมีน้ำหนักต้นละประมาณ 114 ตันซึ่งเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะมาชมกันอยู่ตลอดทุกวัน

มหาวิหารเซนต์ไอแซค (Siant Isaac’s Cathedral)

หากท่านใดสนใจอยากอ่านข้อมูลการท่องเที่ยวรัสเซียเมืองอื่นๆ คลิกได้ที่นี่เลยค่ะ