วัน-เวลาทำการ :

จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 - 18.00 น.
เสาร์ 9.00 - 13.30 น.

แสงเหนือที่ แคนนาดา

November 1, 2018 | by We R World Tour

แสงเหนือแสงเหนือ

แสงเหนือ มาพบกับสถานที่ที่น่าสนใจในเมืองแคนนาดากัน หลายคนไม่ทราบว่าแคนนาดาก็มีแสงเหนือด้วย แต่ก่อนที่จะไปดูแสงเหนือ แคนนาดามีสถานที่ที่น่าสนใจมากมายเลยทีเดียว ตามไปดูกันเลย ทุ่งน้ำแข็งแห่งโคลัมเบีย ( Columbia Icefield ) ทุ่งน้ำแข็งแห่งโคลัมเบีย (Columbia Icefield) เป็นอีกหนึ่งเทือกน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขา Canadian Rocky พานักท่องเที่ยวขับรถชมธารน้ำแข็งมโหฬารซึ่งคงอยู่มาเป็นเวลาหลายพันปี แล้วทุกท่านจะตื่นตาตื่นใจกับผืนหิมะที่ดูยังไงก็ไม่สิ้นสุด พร้อมเดินผ่านรอยแตกของน้ำแข็งและตะกอนน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยโคลนและปล่อยน้ำลงสู่ธารน้ำแข็ง 6 แห่ง ด้วยพื้นที่ 365 ตารางกิโลเมตร ที่ซึ่งตั้งอยู่ในความสูง 3,000 เมตร มีหิมะตกตลอดทั้งปี ไนแอการา ( Niagara Falls ) น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) เป็นอีกหนึ่งสายธารน้ำตกที่เป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกา เป็นน้ำตกที่มีทะเลสาบน้ำจืดขนาดอเมริกาไปยังฝั่งแคนาดา เพราะฉะนั้นถ้าไปเที่ยวให้ไปทางฝั่งแคนาดาจะทำให้ได้เห็นวิวเต็มๆ และฝั่งแคนาดานั้นจะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่อยู่บริเวณน้ำตกเลยพร้อมร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกมากมาย มีแนวทางเดินให้ชมน้ำตกยาวหลายกิโลเมตร แนะนำให้จองโรงแรมฝั่งแคนาดาไว้เพราะจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินมีน้ำตกเป็นฉากข้างหน้า สวนสนุกแคนาดาวันเดอร์แลนด์ ( Canada Wonderland ) สวนสนุกแคนาดาวันเดอร์แลนด์ (Canada Wonderland) ตั้งอยู่ที่ เมืองวอร์แกน (Vaughan) เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของประเทศแคนาดา สวนสนุกแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 330 เอเคอร์ เป็นสวนสนุกแห่งแรกและใหญ่ที่สุดของประเทศแคนาดานักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความสนุกสนานตื่นเต้นเร้าใจอย่างเต็มที่ด้วยความบันเทิงที่มีให้เที่ยวชมกว่า 200รูปแบบ เครื่องเล่นแบบสนุกสนานและตื่นเต้นหวาดเสียว 65 ชนิด และสวนน้ำขนาด 20 เอเคอร์ สวนสนุกแคนาดาวันเดอร์แลนด์เป็นส่วนหนึ่งของ “พาราเมาท์พาร์ค” (Paramount Parks) สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือน มากกว่า 13 ล้านคนต่อปีภายในสวนสนุกถูกแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น รถไฟเหาะ สวนน้ำ และอื่น ๆ อีกทั้งเป็นสวนสนุกแห่งแรกและใหญ่ที่สุดของประเทศแคนาดาอีกด้วย สแตนลีย์ ปาร์ค ( Stanley park ) สแตนลีย์ ปาร์ค (Stanley park) เป็นอีกหนึ่งสถานที่สุดโปรดของชาวแวนคูเวอร์ โดยมีทางเดินที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ กิจกรรมริมชายหาด สวนหย่อมอันสวยงาม และสัตว์ป่าให้ได้ชื่นชม ที่จริงแล้ว สแตนลีย์ ปาร์คนั้นเคยเป็นฐานที่ตั้งของกองทัพนาวีมาก่อน แต่ได้มีการส่งมอบที่ดินโดยรัฐบาลอังกฤษในปี 1888 และปัจจุบันเป็นแหล่งพักผ่อนยอดนิยมอันดับต้นๆ ของเมือง ดึงดูดผู้คนมาปั่นจักรยาน วิ่งจ็อกกิ้ง เล่นโรลเลอร์เบลด โดยมีการแบ่งเลนอย่างชัดเจน อีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวคือการนั่งรถม้าชมวิวเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ให้บริการเฉพาะช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงตุลาคม หรือจะลองนั่งรถไฟจำลองขนาดเล็ก เพื่อชมธรรมชาติโดยรอบได้ บริการรถไฟจะปิดให้บริการทุกๆ เดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ อุทยานแห่งชาติโยโฮ ( Yoho National Park )  อุทยานแห่งชาติโยโฮ (Yoho National Park) เป็นอีกหนึ่งอุทยานแห่งชาติในประเทศแคนาดา ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเขตเทือกเขาแคนาเดียน ร็อกกี้ สำหรับการไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติโยโฮนั้น จุดหมายแรกแนะนำให้คุณไปเยือน ทะเลสาบมรกต ,เอมเมอร์รัล เลค ,ทะเลสาบน้ำแข็งที่มีความ สวยงาม และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอุทยานแห่งชาติโยโฮ เมืองวิกตอเรีย ( Victoria ) เมืองวิกตอเรีย (Victoria) ตั้งอยู่บนเกาะแวนคูเวอร์ทางตะวันตกของแคนาดาเป็นที่ที่มีอากาศอบอุ่นที่สุดในประเทศคุณจะเดินเที่ยวชมเมืองได้ง่ายๆ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ส่วนใหญ่อยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ที่ไม่ใหญ่นัก หรือไม่ก็อยู่ใกล้ๆ ย่านดังกล่าว นอกจากนี้ ด้วยทางจักรยานยาวหลายกิโลเมตร และจุดล็อคจักรยานที่มีบนรถประจำทางของเมืองส่วนใหญ่ วิกตอเรียจึงเป็นเมืองที่เหมาะกับการปั่นจักรยานมากทีเดียวอย่าพลาดชมเหล่าพิพิธภัณฑ์ชั้นเยี่ยมในวิกตอเรีย เช่น พิพิธภัณฑ์ Royal BC ที่นำเสนอประวัติศาสตร์เกี่ยวกับมนุษย์และธรรมชาติของรัฐนี้ อีกทั้งยังมีคอลเล็กชั่นเสาโทเทมที่แกะสลักอย่างประณีตให้ชมในสวนของพิพิธภัณฑ์ที่ชื่อว่าทันเดอร์เบิร์ดอีกด้วย ส่วนคอศิลปะต้องไปชมผลงานของ Emily Carr ศิลปินชื่อก้องชาวแคนาดา ที่ Art Gallery of Greater Victoria ส่วนใครที่สนใจประวัติศาสตร์ก็สามารถไปยัง พิพิธภัณฑ์ทางทะเลแห่งบริติชโคลัมเบียซึ่งตั้งอยู่ในศาลเก่าของวิกตอเรียได้ เพราะที่นี่จะนำเสนอประวัติการเดินทะเลในย่านนี้อย่างลึกซึ้ง เมืองออตตาวา ( Ottawa ) เมืองออตตาวา (Ottawa) เป็นเมืองหลวงของประเทศแคนาดาและเป็นเมืองหลวงที่สวยงามที่สุดเมืองหนึ่งของโลก ด้วยความปลอดภัยและด้วยความสวยงามของเมืองออตตาวา ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ ซึ่งมีอยู่มากมายทั่วทั้งเมือง อีกทั้งยังตื่นตาตื่นใจไปกับความบันเทิงหลากหลายรูปแบบในเวลากลางคืน จากการล่องเรือในแม่น้ำออตตาวาช่วงหน้าร้อนไปถึงการเล่นสเกตน้ำแข็งที่ คลอง Rideau ในช่วงหน้าหนาว ทำให้ออตตาวาเป็นเมืองที่มีกิจกรรมให้ทำตลอดทุกฤดู เมืองโทรอนโต โทรอนโต (Toronto)ตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของทะเลสาบออนทาริโอ และเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในแคนาดา รวมถึงเป็นเมืองหลวงของจังหวัดออนทาริโอด้วย และว่ากันว่าเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของแคนาดาเต็มเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย พิพิธภัณฑ์ การแสดงคอนเสิร์ต ความบันเทิงสำหรับครอบครัว สถานที่เล่นกีฬา และโรงเบียร์ขนาดเล็ก เป็นสถานที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับวันหยุดพักผ่อนของครอบครัว ฤดูหนาวในโตรอนโตมักจะหนาวมาก ส่วนฤดูร้อนก็อาจจะร้อนได้ในบางครั้ง ในแต่ละปีมีผู้คนจำนวน 21 ล้านคนมาท่องเที่ยวที่เมืองนี้ เหตุผลเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่อธิบายได้ว่าเพราะเหตุใดโตรอนโตจึงเป็นที่นิยมอย่างยิ่งต่อนักท่องเที่ยว เมืองควิเบก ( Quebec City ) เมืองควิเบก (Quebec City)เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดาอยู่ทางตะวันออกของประเทศ และเป็นรัฐเดียวที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการในระดับรัฐ แต่ใช้ภาษาฝรั่งเศสแทน ควิเบกเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของแคนนาดา เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์เก่าแก่ และเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมที่สำคัญ อีกทั้งเป็นเมืองโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่ง ซึ่งเราสามารถเที่ยวได้ทุกฤดูและเที่ยวได้ตลอดปีอีกด้วย องค์การยูเนสโกยังจัดให้เมืองควิเบกเป็นมรดกโลกในปี 1985 เมืองมอนทรีออล ( Montreal ) เมืองมอนทรีออล (Montreal) ถ้าอยากสัมผัสเสน่ห์ย้อนยุคของแคนาดา แนะนำให้คุณมาที่นี่ เพราะมอนทรีออลนี้เป็นจุดรวมของโบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์กว่า 50 แห่ง มีทั้งโบสถ์ในสมัยโบราณและโบสถ์ใหญ่ ซึ่งล้วนแล้วแต่ยิ่งใหญ่ตระการตา สมแล้วที่นักเขียนชื่อดังอย่าง Mark Twain ให้สมญานามไว้ว่า “เมืองแห่ง 100 หอระฆัง” และจุดเด่นอีกอย่างนั้นคือมอนทรีออลมักจะมีการจัดเทศกาลกว่า 100 ครั้งต่อปี เพราะคนที่นี่รักศิลปะและวัฒนธรรมเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าชอบเทศกาลละก็ลองแวะมาท่องเที่ยวกันได้เลย มาปิดท้ายกันที่แสงเหนือ  เมืองเยลโล ไนฟ์ (Yellowknife) เมืองเยลโลว์ ไนฟ์ (Yellowknife) ที่ซึ่งมีทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือ ทำให้ในระหว่างฤดูร้อนดวงอาทิตย์แทบจะไม่ตกดินและส่องแสงสว่างไปเกือบตลอดฤดูกาล ส่วนในฤดูหนาวก็เกือบจะมืดตลอด นอกจากนี้ยังมีแสงขั้วโลกเหนือปรากฏสว่างบนท้องฟ้ายามค่ำคืนในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนมกราคมด้วยคุณจะได้เห็นแสงเหนือเต้นระบำบนฟากฟ้าเหนือยอดสน ท่ามกลางอากาศที่ติดลบ เป็นความประทับใจที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส      หากท่านใดสนใจอยากอ่านข้อมูลการท่องเที่ยวโตเกียวหรือเมืองอื่นๆ คลิกได้ที่นี่เลยค่ะ อ่านบทสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเพิ่มเติมได้ที่  https://www.we-rworldtour.com/travel-info/ ติดต่อสอบถามข้อมูลโปรแกรมทัวร์ได้ที่ https://line.me/ti/p/%40cim4211y